มิติสังคม

กลับ

มิติสังคม

Summary of operational performance on social dimension
จำนวนพนักงาน 10,328 คน
อัตราผลตอบแทนต่อพนักงาน (HC ROI) 3.34
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรบต่อพนักงานทั้งหมด 3.3 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการอบรมต่อพนักงานทั้งหมด 248 บาท
ผลการประเมินความพึงพอใจของพนักงาน ระดับความพึงพอใจคิดเป็น 96.63 %
ค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนทางสังคมใน "โครงการเมืองไทยบ้านใหม่ของหนู" (Community Investment) 4,600,0000 บาท (4 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครสวรรค์)
ปริทาณโลหิตจากการบริจาคของพนักงานใน "โครงการเมืองไทย ร่วมใจบริจาคโลหิต" ให้แก่สภากาชาดไทย พนักงานที่ร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 7,121 คน (300 ซีซี ต่อคน) รวมเป็นจำนวนโลหิต 2,492,350 ซีซี
ค่าใช้จ่ายสำหรับการแจกจ่ายถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือสังคมในช่วงการแพร่กระจายของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) 60 ล้านบาท (ถุงยังชีพ 200,000 ชุด) ร่วมกับเงินส่วนตัวของครอบครัวเพ็ชรอำไพ

ธุรกิจการให้บริการทางการเงิน เป็นธุรกิจที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการ ซึ่งมีพนักงานเป็นทรัพยากรหลักต่อผู้รับบริการ กล่าวคือลูกค้า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข ได้รับผลตอบแทนรวมถึงสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดและรักาบุคลากรที่มีศักยภาพให้สามารถขับเคลื่อนองค์กร และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว ด้วยการสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่แข็งแกร่งและเป็นศูนย์รวมของพนักงาน และผู้บริหารทุกระดับ

บริษัทฯ เชื่อว่าพนักงานที่มีความสุข จะสามารถส่งต่อความสุขให้แก่ลูกค้าของเราได้ ดังสโลแกนของบริษัทฯ ที่ว่า “บริการใกล้ชิด ดุจญาติมิตรที่รู้ใจ” ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและแนวปฏิบัติต่อการดูแลพนักงานจากปีที่ผ่านมา และยังไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายให้การพัฒนาด้านมิติสังคม เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลทางสถิติย้อนหลัง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถตั้งเป้าหมายได้ภายในปี 2564

นโยบายการสรรหา และจัดสรรทรัพยากรบุคคล

บริษัทฯ มุ้งเน้นการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานในแต่ละหน้าที่โดยยึดมั่นต่อนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในส่วน “นักลงทุนสัมพันธ์” และยอมรับความหลากหลายในการคัดเบือกบุคลากร ซึ่งหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายของบริษัทฯ ด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งความแตกต่างทางกายภาพ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา สถานะทางสังคม หรือทัศนคติด้านการเมือง หากแต่ต้องคำนึงถึงความสามารถ ขีดจำกัดและความเสี่ยงในการปฏิบัติงานด้วย ดังนั้น บุคลากรในบริษัทฯ จึงประกอบด้วยพนักงานที่มาจากต่างถิ่น วัฒนธรรมหลากหลาย พื้นฐานความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยอมรับการกระทำใดที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันได้แก่ การล่วงละเมิดทางกาน วาจา การข่มเหง การทำให้เกิดความอับอาย การล่วงละเมิดทางเพศ การเหยียดหยาม เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทฯ จะไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

บริษัทฯ เปิดช่องทางร้องเรียนสำหรับกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ผ่านช่องทางในการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส ตามรายละเอียดตามที่เปิดเผยในหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในส่วน “ติดต่อเรา” ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ ไม่มีการร้องเรียนในกรณีดังกล่าว

สถิติด้านความหลากหลายของพนักงาน

อัตราส่วนพนักงานหญิงต่อจำนวนพนักงานทั้งหมด: ร้อยละ 10.90

อัตราส่วนพนักงานหญิงต่อจำนวนพนักงาน (ในสำนักงานใหญ่): ร้อยละ 39.38

อัตราส่วนผู้บริหารหญิง ในทุกระดับต่อจำนวนพนักงาน: ร้อยละ 17.64

อัตราส่วนผู้บริหารหญิง ในคณะกรรมการบริหาร: ร้อยละ 23.08

อัตราส่วนผู้บริหารหญิงระดับกลาง: ร้อยละ 16.67

อัตราส่วนผู้บริหารหญิงสูง: ร้อยละ 33.33

สถิติด้านความหลากหลายของพนักงาน: จาก 74 ทั่วประเทศไทย (ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่มีการจ้างงานอย่างกระจุกตัว)

การจ้างพนักงานที่มีความบกพร่อง หรือพิการ: 3 คน

โครงการ Graduate Traineeship

เพื่อเป็นสวนหนึ่งในการส่งเสริมและมอบโอกาสแก่นักศึกษาและนักศึกษาจบใหม่ บริษัทฯเปิดรับสมัครนักศึกษาฝึกงาน ตำแหน่งพนักงานการเงิน ประจำสาขาทั่วประเทศ พร้อมค่าตอบแทนรายเดือน

การฝึกอบรม

แผนการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ และความรู้ของพนักงานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ประเภทคาดหวังประสิทธิภาพและประเภทคาดหวังประสิทธิผล ดังนี้

  1. การอบรมในเชิงประสิทธิภาพ ประกอบด้วยหลักสูตรที่แตกต่างกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาที่แตกต่างกันของพนักงานต่างระดับ อาทิ การอบรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การอบรมหัวหน้าหน่วย การอบรมเทคนิคการเร่งรัดหนี้สินทางโทรศัพท์และภาคสนาม การอบรมเทคนิคการบริหารจัดการสำหรับผู้บริหาร เป็นต้น ซึ่งสรุปได้ดังต่อไปนี้
    หลักสูตร 2 หลักสูตร ได้แก่ ปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และ อบรมหัวหน้าหน่วย
    จำนวนพนักงานที่ผ่านการเข้าร่วม 2,036 คน
    ระยะเวลาการฝึกอบรม 30 ชั่วโมง
  2. 2. การอบรมในเชิงประสิทธิผล ประกอบด้วยหลักสูตรภาคบังคับ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติหน้าที่ และสามารถวัดผลหลังการอบรมได้อย่างชัดเจน โดยวัดผลลัพธ์จากผลประกอบการของบริษัทฯ ได้แก่ หลักสูตรการอบรมนายหน้าและต่ออายุนายหน้าประกันวินาศภัย
    หลักสูตร 1. อบรมเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย
    2. หลักสูตรเพื่อขอต่อใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย
    จำนวนพนักงานเข้าร่วม 2,610 คน (25.27% จากจำนวนพนักงานทั้งหมด)
    จำนวนชั่วโมงที่อบรม 152 ชั่วโมง
    ค่าใช้จ่ายในการอบรม 1.88 ล้านบาท
    อัตราค่าตอบแทนจากการอบรม (Return on Employee Development Investment) 25.96%

    หมายเหตุ: ปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายประกันผ่าน บริษัท เมืองไทยลิซซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด เป็นจำนวน 48.93 ล้านบาท

แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใน (“MTC University”)

เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มกลาง เพื่อประยุกต์ใช้สำหรับจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในองค์กร รวมถึงการเชื่อมโยง และแบ่งปันองค์ความรู้เฉพาะของบริษัทฯ ประกาศจากคณะผู้บริหารฐานข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องเละอยู่ในความสนใจของพนักงานและผู้บริหาร หรืออีกนัยหนึ่งคือทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุด (Library) ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของดิจิทัลแพลตฟอร์มดังกล่าว คือ การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ขององค์กรเพื่อพัฒนาบุคลากร และต่อยอดศักยภาพของบุคลากรมิให้หยุดนิ่ง เท่าทันต่อสภาวะการแข่งขันอยู่เสมอ นอกจากนั้นองค์ความรู้ที่ถูกรวบรวมไว้ในดิจิทัลแพลตฟอร์ม ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งต่อองค์ความรู้ที่พนักงานใหม่จำเป็นต้องรู้ได้อีกช่องทางด้วยเช่นกัน

การพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรด้วยรายได้และสวัสดิการที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท

การประเมินแบบ 360 องศา

เนื่องจากการทำงานเป็นทีมเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการประเมินผลแบบ 360 องศา ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของการทำงานเป็นทีมร่วมกันได้ดีกว่าการประเมินแบบบนลงล่าง หรือ Top-down อีกทั้งยังสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของพนักงานทั้งในแง่ตัวบุคคลและในแง่ความสามารถในการทำงานเป็นทีมได้ดีกว่า ในการนี้การประเมินดังกล่าว ยังเป็นการช่วยประเมินแนวทางการพัฒนาตนเองของพนักงานนอกจากนั้นในการดำเนินการประเมินแบบ 360 องศา หน่วยงานฝ่ายบุคคล และหน่วยงานตรวจสอบภายในยังมีเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการประเมินความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน อาทิ ความเสี่ยง ด้านการทุจริต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานทั้ง สองจะดำเนินการอย่างเป็นอิสระต่อกัน

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานตาม ความรู้ ความสามารถ หน้าที่และความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นธรรมและสอดคล้อง กับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อรักษาและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคล นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้กำหนดจ่ายโบนัสโดยคำนึงถึงผลประกอบการในแต่ละรอบปี และผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคนเพื่อเป็นการขอบคุณตอบแทน และจูงใจให้พนักงานปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและเต็มใจ สำหรับในระยะยาวนั้น บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนประจำปีของพนักงาน

ค่าตอบแทนเพิ่มเติมอื่น แก่พนักงานที่ไม่ใช่พนักงานวิเคราะห์สินเชื่อ และพนักงานที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ

  • หัวหน้าหน่วยเร่งรัดหนี้สิน, หัวหน้าหน่วยบัญชี. พนักงานบัญชี และพนักงานการเงิน เบิกค่าคอมมิชชั่นได้ 50%
  • พนักงานบัญชี (ทดลองงาน) และพนักงานการเงิน (ทดลองงาน) เบิกได้ 25%

ผลประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ

บริษัทฯ จัดให้มีผลประโยชน์ในรูปแบบเงินช่วยเหลือในวาระต่าง ๆ เช่น เงินช่วยเหลือการสมรส เงินช่วยเหลือในกรณีพนักงานคลอดบุตร อีกทั้ง บริษัทฯ และพนักงานได้จัดตั้งกองทุนรวมน้ำใจเพื่อช่วยเหลือเพื่อนพนักงานในกรณีที่คนในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเสียชีวิต เป็นต้น

นโยบายผลตอบแทนระยะยาว

นอกเหนือจากเงินเดือนประจำ และค่าตอบแทนซึ่งขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานแล้ว พนักงานยังได้รับผลตอบแทนจากการแบ่งส่วนจากรายได้ของบริษัทฯ การแบ่งปันผลตอบแทนประเภทนี้ทำให้พนักงานรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของบริษัทฯ อีกด้วย ซึ่งความรู้สึกมีส่วนร่วมนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างชัดเจนต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัดเนื่องมาจากการลาออกของพนักงานในตำแหน่งสำคัญ (Key person) ซึ่งได้แจงรายละเอียดไว้ในข้อมูลด้านสังคม ในส่วนจำนวนพนักงานพ้นสภาพแบ่งตามอายุงาน

สวัสดิการอื่น

  • ประกันภัย บริษัทฯ จัดให้พนักงานมีสวัสดิการด้านการประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับการรักษาพยาบาล รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานและครอบครัว นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดให้มีสวัสดิการพิเศษเป็นค่ารักษาพยาบาลประจำปีสำหรับพนักงานทุกระดับอีกด้วย
  • บริษัทฯ อนุญาตให้พนักงานสามารถซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลได้ในราคาพิเศษ

ที่พักสำหรับพนักงาน

เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่พนักงาน บริษัทฯ ได้จัดหาที่พักให้แก่พนักงาน โดยอนุญาตให้พนักงานเข้าพักที่อาคารสาขาได้หากพนักงานมีความจำเป็นและพนักงานที่ประจำ ณ สำนักงานใหญ่ จะได้รับอนุญาตให้พักที่หอพักของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานใหญ่ในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

สถานที่ออกกำลังกายภายในอาคารสำนักงานใหญ่

บริษัทฯ จัดให้มีสถานออกกำลังกายภายในอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ ฟิตเนสที่ได้มาตรฐานสากล เป็นพื้นที่สำหรับพนักงานและผู้บริหารทุกระดับ รวมถึงห้องอาบน้ำที่สะดวกครบครัน

กิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์

เนื่องจากการทำงานเป็นทีมถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานเพื่อให้ประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุดรวมถึงเป็นวัฒนธรรมองค์กรหลักของบริษัทฯ จึงจัดให้มีกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน อันได้แก่ กิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ กิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายในเขตทั่วประเทศ กิจกรรมท่องเที่ยวประจำปี กิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่จัดโดยองค์กรภายนอก (ผ่านงบสนับสนุนของบริษัทฯ) รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมกันสร้างประโยชน์ให้สังคม และชุมชนที่ตนเองมีส่วนร่วมด้วย

ผลลัพธ์แบบสอบถามความพึงพอใจจากพนักงาน ประจำปี 2564

บริษัทฯ ได้จัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจจากพนักงานประจำปี แบบสอบถามประกอบไปด้วยคำถามวัดระดับความพึงพอใจของพนักงานในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมในการทำงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการ มีความเพียงพอและยุติธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา ความพึงพอใจต่อระบบการทำงานของบริษัท ความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว (Work–life balance) และทัศนคติต่อองค์กร ในปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนพนักงานที่เข้าร่วมทำแบบสอบถาม 9,721 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 10,328 ค่าเฉลี่ยภาพรวมความพึงพอใจของพนักงานอยูที่ 98.15%

Source: Company’s survey

นโยบายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงานของพนักงาน

  • หมวกนิรภัยสำหรับขับขี่จักรยานยนต์ เนื่องด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานระดับปฏิบัติการส่วนมาก จำเป็นต้องใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น บริษัทฯ จึงจัดหาหมวกนิรภัยให้กับพนักงาน ตามนโยบายความปลอดภัยของบริษัทฯ และกำหนดให้พนักงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ต้องสวมใส่หมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวพนักงานเอง ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความรุนแรงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดได้
  • อัตราการลาโดยไม่ได้วางแผนของพนักงาน และอัตราการเกิดอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานปี 2563 เป็นดังนี้
2564 2563
รวมวันลาที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า 6,109 5,975
รวมวันทำงานในปี 2,546,762 2,224,478
อัตราส่วนวันลาที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า (ร้อยละ) 0.24 0.27

หมายเหตุ: จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ใช้คำนวณอัตราการลาโดยไม่ได้วางแผนของพนักงาน ไม่ได้นับรวมจำนวนชั่วโมงทำงานของพนักงาน บริษัท จี4เอส ซีเคียว โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งหมด 9 ท่าน ซึ่งเป็นบริษัท Outsource เข้าไปด้วย

อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน (เหตุการณ์ต่อสองแสนชั่วโมงทำงาน)

2564 2563
กรณีพนักงานบาดเจ็บจากการทำงาน (กรณี) 97 109
จำนวนชั่วโมงทำงาน (Hour Worked) 19,614,752 17,392,596
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน (ร้อยละ) 0.99 1.25

กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นของบริษัท มีสาเหตุหลักมาจากการขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ เป็นสำคัญ

หมายเหตุ: กรณีพนักงานที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ปี 2563 ทั้งหมด 14 ราย ไม่พบว่าเป็นการประสบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาทำงาน(ระหว่างเวลา 08.30-17.00 น.)

นโยบายการบริหารการสืบทอดตำแหน่ง

เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ มีนโยบายการวางแผนสืบทอดตำแหน่งสำคัญของบริษัทฯ ไม่เจาะจงเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ซึ่งการสรรหาผู้ที่จะสามารถปฏิบัติงานทดแทนในตำแหน่งสำคัญเป็นไปตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูง และตำแหน่งในสายงานหลัก โดยพิจารณาจากทักษะ ความรู้ความสามารถ ผลการปฏิบัติงาน และความพร้อมของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ

บริษัทฯ จัดให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับบุคคลที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง (Successor) ในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ความพร้อม รวมถึงการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ตามแต่ละตำแหน่งงาน เพื่อสืบทอดงานในกรณีที่ประธาน กรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูง และตำแหน่งในสายงานหลักไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ผู้สืบทอดตำแหน่ง (Successor) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคลากรที่จะสืบทอดตำแหน่งนอกจากจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมด้วยคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานในสายงานที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้วยการหมุนเวียน ปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง (Job Rotation) และเข้ารับอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อให้การส่งมอบงานเป็นไปอย่างราบรื่น และต่อเนื่อง สำหรับผู้สืบทอดตำแหน่งประธานกรรมการบริหารต้องเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อสร้างความเข้าใจ ประสบการณ์ และความพร้อมในการบริหารองค์กรต่อไปในอนาคต

รายงานผลการดำเนินงานโครงการรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) มาตั้งแต่ปี 2554

โดยมุ่งเน้นการให้และการสร้างโอกาสให้แก่ชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิด “Responsible Lending”. หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ บริษัทฯ ได้ดำเนินการภายใต้โครงการ “เมืองไทยไม่ทิ้งกัน” ยืนหยัดเคียงข้างชุมชนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และด้านศาสนา วัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อว่าการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นการลงทุนทางสังคมและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Social Investment and Community Engagement) ระหว่างบริษัทฯ พนักงาน และชุมชนที่บริษัทฯ มีสาขาตั้งอยู่นอกจากจะเป็นการพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น (Well-being) ให้กับกลุ่มประชาชนฐานรากแล้ว ยังเป็นการสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) ด้วยการบอกต่อให้เกิดผลกระทบแบบ ก้อนหิมะ (Snowball Effect) ดังนั้นการดำเนินโครงการ “เมืองไทยไม่ทิ้งกัน” จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ทั้งพนักงาน และลูกค้าได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

ด้านการศึกษา

บริษัทฯ ริเริ่มโครงการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กภายใต้ชื่อโครงการ “เมืองไทยบ้านใหม่ของหนู” ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องนานกว่า 8 ปี ในแต่ละปีบุคลากรที่ประจำอยู่ตามสาขาในตำบลต่าง ๆ จะทำการศึกษาและสำรวจพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือภาคีท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอต่อผู้บริหาร เมื่อได้รับการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่แล้ว บริษัทฯ จะติดต่อไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อกำหนดพื้นที่สำหรับก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยงบประมาณการก่อสร้างประมาณ 1 - 1.2 ล้านบาท ต่ออาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 หลัง สำหรับแบบการก่อสร้างอาคารนั้น บริษัทฯ ได้อ้างอิงแบบจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดแบบอาคารมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย และลดความแออัดให้แก่เด็กปฐมวัยเป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้สร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กภายใต้โครงการทั้งสิ้น 16 ศูนย์ทั่วประเทศ

ในปี 2563 นี้ บริษัทฯ ได้จัดสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 4 ศูนย์ ภายใต้งบประมาณกว่า 4,600,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครพนม จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเด็กปฐมวัยเป็นผู้รับประโยชน์ทางตรงกว่า 133 คน นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทฯ โดยติดตามสอบถามข้อมูลจำนวนของเด็กปฐมวัยที่ได้รับโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งมีองค์การบริหารส่วนตำบลของแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแล

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของความรู้ด้านการเงินส่วนบุคคล บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัด “โครงการเมืองไทย เพื่อประเทศไทยยั่งยืน” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนส่งเสริมชุมชน โดยบริษัทได้เป็นสปอนเซอร์จัดหาวิทยากรจากสถาบันการศึกษาเพื่อจัดให้ความรู้กับประชาชนในชุมชน ในความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในชุมชน ซึ่งจะจัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง

ด้านสาธารณสุข

พนักงานของบริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนโครงการ “เมืองไทยร่วมใจบริจาคโลหิต” ให้แก่สภากาชาดไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยในแต่ละปีพนักงานของบริษัทฯ จะสมัครใจร่วมบริจาคโลหิต ณ โรงพยาบาลต่าง ๆ หรือหน่วยรับบริจาคโลหิตของสภากาชาดไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ ในปี 2563 บริษัทฯ ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตภายในอาคารสำนักงานใหญ่เป็นครั้งแรก โดยมีพนักงานที่สมัครใจร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 7,121 คน (300 ซีซีต่อคน) รวมเป็นจำนวนโลหิต 2,492,350 ซีซี คิดเป็นร้อยละ 71.80 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด บริษัทฯ ใช้วิธีการคำนวณเพื่อหามูลค่าโดยนัยจากการบริจาคโลหิต ดังนี้

มูลค่าโดยนัยจากการบริจาคโลหิต = จำนวนชั่วโมงที่พนักงานใช้บริจาคเลือด x เงินเดือนเฉลี่ยต่อชั่วโมงต่อคน x จำนวนพนักงานที่บริจาคเลือด
= 3 ชั่วโมง x 155 บาทต่อชั่วโมง x พนักงานเข้าร่วม 7,121 คน = 3,311,265 บาท

ด้านศาสนาและวัฒนธรรม

ในปัจจุบันศาสนสถานยังคงถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ดังนั้นบริษัทฯ จึงร่วมกับลูกค้าเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีทอดกฐินประจำปีอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดให้มีการหมุนเวียนไปตามชุมชนต่าง ๆ วัตถุประสงค์เพื่อทำนุบำรุงประเพณีวัฒนธรรม และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปี 2563 คณะกรรมการบริษัทจึงมติพิจารณาว่าควรงดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากประชาชนส่วนมากได้รับความเดือดร้อนด้านการเงิน และเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่แออัดตามแนวทางของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข