รายงานคณะกรรมการบรรษัทภิบาล

(ดร.โยธิน อนาวิล)

ประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาล

การดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณธุรกิจถือเป็นหนึ่งในนโยบายและพันธะกิจที่สำคัญของบริษัท ซึ่งคณะกรรมการ, ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกคนให้ความสำคัญและยึดมั่นมาโดยตลอด ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินการต่างๆเป็นไปตามนโยบายดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงแต่งตั้งและมอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล ทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม สนับสนุนการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลมีความเชื่อมั่นว่านโยบายกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ และจริยธรรมทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศ เป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่ จะส่งผลให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน นอกจากนี้บริษัทยังได้ตระหนักถึงการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบัน บริษัทได้เป็นสมาชิกแนวร่วมภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Collective Action Coalition) อันเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และได้รับประกาศนียบัตรจากโครงการตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2562

สำหรับการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทฯ ได้รับรางวัลและการจัดอันดับการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนทั้งภายในประเทศและระดับสากล ดังนี้

  • บริษัทฯ ได้รับการประกาศผลการประเมินการกำกับดูแกกิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำปี 2563 ว่าอยู่ในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งจัดการประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • บริษัทฯได้รับการประเมินคุณภาพจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” หรือคิดเป็นร้อยละ 98
  • บริษัทฯ เข้ารับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2020 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในสาขา ด้านความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน
  • บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อดัชนีหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นต่อการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ที่รับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และเป็นตัวอย่างแก่ผู้ประกอบ การในอุตสาหกรรมเดียวกันในด้านบรรษัทภิบาล รวมถึงการตระหนักถึงผลกระทบและการพัฒนากลยุทธ์ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและบรรษัทภิบาล(ESG) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
  • บริษัทฯ ได้รับการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ หรือ ESG MSCI Indexในระดับ “A” เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (Consumer Finance) โดย MSCI
  • บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกและจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืน FTSE4Good Index Series ในกลุ่ม FTSE4Good Emerging Index จาก FTSE Russell ในระดับคะแนน 3.5 จาก 5 หรือเท่ากับ 1.4 เท่าของคะแนนเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
  • บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนี FTSE Thailand USD Net Tax Index จาก FTSE Russell เนื่องจากเป็นบริษัทฯ ที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นกำไรและมีการบริหารจัดการภาษีที่ถูกต้องโปร่งใสยังผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ
  • บริษัทฯ ได้เปิดผลข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการประเมินผลการบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในระดับ D เพิ่มขึ้นจากระดับ D- จากปีก่อน จาก CDP

นอกจากนี้ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลได้มีการทบทวน และติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงาน กำกับดูแลกิจการที่ดี และแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (CG Code) ซึ่งกำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และนโยบายการกำกับดูแลกิจการและคู่มือจริยธรรมของบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

บริษัทยังยึดมั่นในแนวทางที่ชัดเจนต่อการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในองค์กรร่วมกันดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

  • ติดตาม สนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับยึดถือ และปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด รวมทั้งปลูกฝังให้พนักงานทุกคนตระหนักในเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ
  • สนับสนุนและส่งเสริมให้บริษัทจัดกิจกรรมการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยสร้างอาคารศูนย์เด็กเล็กเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะหมุนเวียนไปตามเขตพื้นที่ของสาขา ซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา มีรายละเอียด ดังนี้
    ปี 2555 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็กหลังแรกที่ อบต. คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ. ตาก
    ปี 2556 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็กหลังที่ 2 ที่ อบต. นาแขม อ.เมือง จ. เลย
    ปี 2557 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 3 ที่ อบต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน
    ปี 2558 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 4 ให้กับโรงเรียนบ้านมะขามเอน และหลังที่ 5 ให้กับโรงเรียน วัดรางเสน่ห์นครจันทร์ ที่ อบต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
    ปี 2559 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 6 ให้กับศูนย์เด็กเล็ก “บ้านปฏิรูปที่ดิน ตำบลไทยสามัคคี” และหลังที่ 7 ให้กับ “โรงเรียนบ้านซับไทรทอง ตำบลวังน้ำเขียว” อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
    ปี 2560 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 8 ให้กับโรงเรียนบ้านดงน้อย ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี และหลังที่ 9 ให้กับโรงเรียนบ้านคลองสมุย ต.โป่งน้ำร้อน อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
    ปี 2561 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 10 ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองวะ ต.โป่งทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ , หลังที่ 11 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง และหลังที่ 12 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองผักแว่น ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
    ปี 2562 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 13 ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนบ้านแถววิทยาคาร จ.พระนครศรีอยุธยา , หลังที่ 14 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองหว้า จ.ขอนแก่น ,หลังที่ 15 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองกุง จ.สุรินทร์ และหลังที่ 16 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กตำบลบางงอน จ.สุราษฏร์ธานี
    ปี 2563 สร้างอาคารศูนย์เด็กเล็ก หลังที่ 17 ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านยอดห้วยแก้ว ต.แม่เลย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์, หลังที่ 18 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบ่อดอกซ้อน ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม, หลังที่ 19 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านไร่ป้า ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และหลังที่ 20 มอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านพุน้อย ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • การบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย โดยบริษัทได้จัดกิจกรรมทำความดีอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อโครงการ "เมืองไทยร่วมใจบริจาคโลหิต" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีพนักงานร่วมให้การตอบรับและสนับสนุนในกิจกรรมนี้โดยพร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ณ โรงพยาบาล และสภากาชาดประจำจังหวัดอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2563 มีพนักงานร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 7,121 คน (คนละ 300 ซี.ซี.) คิดเป็น 2,492,350 ซี.ซี. ซึ่งมียอดผู้บริจาคโลหิตสูงกว่าปีที่ผ่านมา จำนวน 796 คน

จากผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานของบริษัทภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และคณะ กรรมการบรรษัทภิบาลมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องจะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย บริษัทยังคงต้องปรับปรุงและพัฒนาแนวทางในการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากลต่อไป